แนะวิธีการจัดงานแต่งงานอย่างคุ้มค่า งบไม่บานปลาย

photo of a man and woman newly wedding holding a balloons

เมื่อถึงวันที่ตัดสินใจได้ว่าเราจะแต่งงานกับคนนี้นี่แหละ ปัญหาชวนหนักใจอาจไม่ได้อยู่ที่เรารักเขามากพอไหม แต่อยู่ที่เงินในกระเป๋ามีพอไหมมากกว่า เพราะต้องเตรียมเงินไว้ใช้กับการจัดงานแต่งงานสารพัด ไม่ใช่แค่เงินสินสอดมหาศาลมาให้พ่อแม่ฝั่งว่าที่เจ้าสาว แต่ยังมีสารพัดค่าใช้จ่ายทั้งค่าสถานที่และค่าตกแต่งสถานที่ ค่าชุด ฯลฯ เรื่องสำคัญคือจะจัดงานอย่างไรให้คุ้มค่าและงบไม่บานปลาย อยากรู้ต้องอ่านบทความนี้

กำหนดงบที่พอเอื้อมถึง

สำหรับว่าที่คู่บ่าวสาวที่มีงบประมาณจำกัดและไม่อยากให้งบบานปลาย สิ่งแรกที่ควรทำเพื่อเตรียมการจัดงานแต่งงานอย่างคุ้มค่าที่สุดก็คือ กำหนดขอบเขตงบที่พอเอื้อมถึง รเพราะจะทำให้เราจัดสรรงบก้อนนี้ไปเตรียมส่วนต่าง ๆ หรือตัดบางส่วนที่ไม่จำเป็นออกได้จนเห็นเค้าโครงการจัดงานแต่งคร่าว ๆ ได้ แต่อาจจะมีการบวกหรือลบได้เท่าที่พอจะไหว เช่น เตรียมงบการจัดงานแต่งงานไว้ที่ 100,000 บาท หากไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้ก็ยังพอหามาลงเพิ่มได้อีก 50,000 บาท

รีบวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ

บางคนพอตัดสินใจจะแต่งงานกันก็ดันรีบจัดจนปัจจัยต่าง ๆ บีบให้ว่าที่คู่บ่าวสาวต้องจ่ายหนักขึ้น เพราะงั้นก่อนจะเริ่มการจัดงานแต่งงานควรตกลงพูดคุยกันและวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้มีเวลาติดต่อออแกไนซ์และจัดงานได้อย่างเต็มที่แม้อาจไม่ได้ราคาถูกลง แต่ก็สามารถลงรายละเอียดเลือกหาสิ่งที่ใช่ ประหยัดได้ดีกว่ามารีบร้อน อย่างน้อยควรเตรียมก่อนล่วงหน้าประมาณ 6 เดือนขึ้นไป แถมรู้หรือไม่ว่า บางทีอาจได้โปรโมชั่นหรือสิทธิพิเศษจากทางร้าน wedding เนื่องจากจ่ายมัดจำจองล่วงหน้าหรือเลือกจองในวันที่ไม่ค่อยมีใครอยากจอง

เลือกทำ E-card และสำรวจแขกที่จะมางานก่อน

การเปลี่ยนจากการ์ดกระดาษที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายออกแบบและตีพิมพ์มาเป็นการ์ดอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-card รวมถึงมีการสำรวจแขกที่จะมางานผ่านแบบสำรวจออนไลน์ เป็นวิธีที่ช่วยให้การจัดงานแต่งงานสามารถประหยัดและควบคุมงบไม่ให้บานปลายได้ไม่น้อย แถมยังมีประโยชน์อีกมากมาย ทั้งเรื่องเสริมภาพลักษณ์การจัดงานแต่งงานให้ดูทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสะดวกสบายแก่แขกเหรื่อที่จะมางานไม่ต้องกลัวลืมการ์ดให้วุ่นวายเลยล่ะ

ใช้สิ่งที่มีหรือลงมือทำเองบ้างก็ได้

การจัดงานแต่งงานไม่จำเป็นว่าจะต้องจ้างหรือซื้อใหม่ไปซะทุกอย่าง เพราะบางสิ่งที่มีหรือการเลือกลงมือทำเองบ้างในบางอย่างก็ช่วยประหยัดและสร้างความประทับใจได้ไม่น้อย เช่น สถานที่พิธีตอนเช้าอาจจัดที่บ้านก็ได้ คนในบ้านใครพูดเก่งก็อาจจะให้มาเป็นพิธีกร หรือใครที่ติดตามกระทู้บนเว็บบอร์ดชื่อดังก็จะเห็นว่ามีคนเคยลงมือทำจัดเตรียมสถานที่งานแต่งงานด้วยตัวเองเหมือนกันและประหยัดไปได้หลักหมื่นถึงหลักแสนเลยทีเดียว ฯลฯ

จ้างนักดนตรี ช่างแต่งหน้าและตากล้องมือสมัครเล่น

หนึ่งในเรื่องที่ทำให้การจัดงานแต่งงานใช้งบมหาศาลก็คือ การเลือกจ้างมืออาชีพมาทำงาน โดยเฉพาะนักดนตรี ช่างแต่งหน้า และทีมเก็บภาพ หากเลือกใช้มืออาชีพทั้งเซ็ตรวมกันทั้งหมดแล้วงบไปแตะที่หลักแสนแน่นอน แต่ถ้าใครไม่ได้ซีเรียสต้องเป็นมืออาชีพ ขอแนะนำให้มองหากลุ่มมือสมัครเล่นหรือไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงมาก แต่ดูแล้วมีฝีมือและค่าจ้างอยู่ภายในงบที่เราไหวก็พอ แล้วดูฝีมือตอนถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนก็ได้

เปลี่ยนจากโต๊ะจีนเป็นร้านทั่วไป

พวกอาหารที่เสิร์ฟให้แขกเหรื่อภายในงาน ถ้าไม่ได้มีการจ้างจากทางโรงแรมหรือเชฟชื่อดัง ส่วนใหญ่เขาก็จะจ้างแม่ครัวธรรมดาจากร้านทั่วไปนี่แหละ เพราะงั้นถ้าจะคุมงบการจัดงานแต่งงานไ้ด้อีกนิดก็สามารถคุมได้จากเรื่องอาหารนี่แหละ พวกโต๊ะที่นั่งต่าง ๆ ก็ให้ทางสถานที่จัดเตรียม ส่วนอาหารก็อาจจะจ้างแม่ครัวจากร้านทั่วไปที่คุณถูกปากถูกใจมาทำหน้าที่ในวันงาน และมีการควบคุมพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โต๊ะนึงดื่มไม่เกินกี่ขวดหรือเปลี่ยนจากตั้งขวดมาเป็นให้พนักงานช่วยเดินรินเติมให้ก็จะประหยัดไปได้อีกเยอะ

สำหรับท่านใดที่กำลังมีแพลนเตรียมการจัดงานแต่งงานอยู่ อย่าลืมหยิบทั้ง 6 วิธีที่ แรบบิท แคร์ นำมาฝากไปปรับใช้กันตามความเหมาะสม เพื่อให้จัดงานได้ออกมาน่าประทับใจและคุ้มค่า งบไม่บานปลาย หากงบเหลือก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้ อย่างการทำ ‘ประกันชีวิต’ ให้คนในครอบครัว กับ แรบบิท แคร์ คุ้มครองครอบคลุม แคร์คุณและคนที่คุณรักทุกย่างก้าว รวมหลากหลายแผนประกันชีวิต จากบริษัทชั้นนำในประเทศไทย